มาตการป้องกันการการบุกรุก
อันตรายที่พอกพูน
ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด
แพราะอาชญากรในโลกไซเบอร์จะเริ่มต้นจากการเจาะระบบของระบบขนาดกลางและย่อมที่มีระบบรักษาความปลอดภัยประสิทธิภาพต่ำ
และใช้เป็นฐานในการก่ออาชญากรรมขั้นร้ายแรงต่อไป เช่น
การโจมกรรมข้อมูลด้านอุตสาหกรรมและพาณิชย์ การฉ้อโกงทางการเงิน เป็นต้น
บริษัทของคุณอาจตกเป็นเหยื่อของอาชญากรไซเบอร์เหล่านี้ได้
หากขาดความเอาใจใส่เรื่องการรักษาความปลอดภัยของระบบโครงสร้างพื้นฐานไอทีขององค์กร
และให้ความรู้แก่พนักงานไม่เพียงพอ
รวมถึงขาดการบังคับใช้นโยบายรักษาความปลอดภัยที่ดี
การจัดการความเสี่ยงจากภายนอก
ตัวอย่างความเสี่ยงจากภายนอกเช่น ไวรัส เวิร์ม
สแปม สปายแวร์ และแอพลิเคชั่นที่เข้ามาโจมตีระบบเพื่อทำให้ระบบปฎิเสธการให้บริการ
การโจมตีเซิร์ฟเวอร์ หรือการบุกรุกอื่นๆ
วิธีการที่จะรับมือภัยคุกคามจากภายนอกนี้จำเป็นต้องมีระบบป้องกันพื้นฐานอย่าง
ไฟร์วอลล์ ระบบป้องกันไวรัส และระบบบริหารการติดตั้งโปรแกรมซ่อมแซม เป็นต้น
ระบบป้องกันไวรัส -
ควรติดตั้งระบบป้องกันไวรัสทั้งในเครื่องพีซี โน้ตบุ๊ก และเซิร์ฟเวอร์
มิเช่นนั้นโน้ตบุ๊กที่ติดไวรัสมาจากข้างนอกอาจนำไวรัสมาแพร่ระบาดในเซิร์ฟเวอร์และเครือข่ายได้
นอกจากนี้ต้องทำการอัพเดทระบบป้องกันไวรัสอยู่เป็นประจำ
และต้องสแกนไวรัสในเครื่องคอมพิวเตอร์ของสำนักงานเป็นประจำด้วย
ที่สำคัญควรต้องปรับแต่ระบบป้องกันไวรัสให้คอยตรวจสอบเมล์ที่ดาวน์โหลดมาว่า
มีซอฟต์แวร์ไม่พึงประสงค์ติดมากับไฟล์แนบหรือไม่่
ระบบบริหารการติดตั้งโปรแกรมซ่อมแซม – ระบบปฏิบัติการ
หรือซอฟต์แวร์ที่ออกมานานแล้วมักจะพบว่ามีบั๊ก (Bug) ซึ่งอาจกลายเป็นช่องโหว่ให้แฮกเกอร์เจาะเข้ามาโจมตีระบบได้
จึงจำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมซ่อมแซมและอัพเดทอัตโนมัติ
และจะต้องไม่ปล่อยให้ผู้ใช้ปิดการทำงานของโปรแกรมเหล่านี้
ไฟร์วอลล์ - ไฟร์วอลล์จะช่วยแยกแยะและจัดการกับผู้บุกรุกได้
และควรติดตั้งไฟร์วอลล์ส่วนตัวในโน้ตบุ๊ก
เพื่อป้องกันไม่ให้โน้ตบุ๊กอัพโหลดข้อมูลโดยไม่ตั้งใจจากคอมพิวเตอร์ไปสู่อินเทอร์เน็ต
หรือติดซอฟต์แวร์ประสงค์ร้าย
การปรับแต่งตัวแปรระบบเครือข่าย -
เปลี่ยนช่วงค่าไอพีปกติของเครือข่าย และตรวจดูพอร์ตการใช้งาน ปิดพอร์ตที่ไม่ได้ใช้
รวมถึงลบทรัพยากรที่ใช้ร่วมกันผ่านเครือข่ายที่ไม่จำเป็น
การปรับแต่งตัวแปรระบบเครือข่าย -
เปลี่ยนช่วงค่าไอพีปกติของเครือข่าย และตรวจดูพอร์ตการใช้งาน ปิดพอร์ตที่ไม่ได้ใช้
รวมถึงลบทรัพยากรที่ใช้ร่วมกันผ่านเครือข่ายที่ไม่จำเป็น
ไฟล์ดาวน์โหลด -
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานดาวน์โหลดไฟล์มาจากเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้เท่านั้น
หรือให้สิทธิ์ผู้ใช้ที่เชื่อใจได้
แต่ต้งตรวจสอบให้มั่นใจว่าผู้ที่ได้รับสิทธิ์นี้ได้ศึกษาวิธีดาวน์โหลไฟล์อย่างปลอดภัยมาแล้ว
การจัดการความเสี่ยงจากภายใน
มีข้อมูลทางสถิติระบุว่า 80%
ของอาชญากรรมไอที เกิดจากคนภายในบริษัทเอง เช่น พนักงานที่ไม่พอใจองค์กร
พนักงานที่เพิ่งถูกเลิกจ้าง ผู้รับเหมาติดตั้งระบบ หรือผู้ให้บริการ
คนภายในเหล่านี้มีความรู้เกี่ยวกับระบบเครือข่ายของบริษัท
จึงมีโอกาสที่จะก่อให้เกิดอันตรายได้มากกว่าบุคคลภายนอกที่ไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมแบบนี้
การโจมตีนี้มีได้ตั้งแต่ การแอบดูไฟล์ ลบข้อมูลที่มีค่า
เปลี่ยนแปลงรายการในฐานข้อมูล เป็นต้น ขึ้นอยู่กับเจตนาและทักษะของผู้กระทำ
การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าวทำได้ง่ายๆ
โดยใช้เทคนิคดังต่อไปนี้
รหัสผ่าน - ยืนกรานให้พนักงานใช้รหัสผ่านที่มีความแข็งแกร่งและซับซ้อนเพียงพอ
และตรวจสอบให้มั่นใจว่าพนักงานจะเก็บรหัสผ่านนี้ไว้เป็นความลับ
รวมถึงนเอานโยบายรหัสผ่านที่ดีมาใช้ เพื่อให้แน่ใจว่า
รหัสผ่านจะหมดอายุเมื่อผ่านไประยะหนึ่งและห้ามผู้ใช้ใช้รหัสผ่านเดิมซ้ำอีก
นอกจากนั้นยังควรติดตั้งโปรแกรมตรวจสอบการล็อกอิน
ไม่ให้ผู้ใช้เข้าใช้งานระบบหลังจากล็อกอินผิดครบจำนวนครั้งที่กำหนด
ระดับการให้สิทธิ์ -
ใช้ซอฟต์แวร์เพื่อเข้ารหัสข้อมูลที่สำคัญของบริษัท เช่น รายงานต่างๆ
โดยใช้คุณสมบัติการเข้ารหัสที่มีอยู่ในแอพลิเคชั่นต่างๆ ให้เป็นประโยชน์ และควรใช้ลายเซ็นดิจิตอลหรือเทคนิกการเข้ารหัสข้อมูลกับอีเมล์สำคัญ
เพื่อให้แน่ใจว่าผู้รับที่ระบุชื่อเอาไว้เท่านั้นจึงจะเปิดอ่านได้
ใช้ระบบตรวจสอบสิทธิ์ที่ปลอดภัย - เช่น
ระบบตรวจสอบสิทธิ์ในรูปของกุญแจอย่างสมาร์ทการ์ด หรือยูเอสบี
รวมทั้งอุปกรณ์ไบโอเมทริกซ์ต่างๆ
เมื่อใช้ร่วมกับรหัสผ่านที่แข็งแกร่งจะช่วยให้ระบบมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ระบบควบคุมการเข้าถึงทรัพยากร -
จัดเก็บอุปกรณ์ที่มีความสำคัญอย่าง เซิร์ฟเวอร์ เราเตอร์ อุปกรณ์สำรองข้อมูล
และอุปกรณ์อื่นๆ ในที่ที่มีการป้องกัน เช่น ตู้ที่มีกุญแจล็อก หรือห้องที่แยกต่างหาก
เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานที่ไม่เกี่ยวข้องหรือบุคคลภายนอกเข้าถึงได้
นอกจากนี้เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานดาวน์โหลดข้อมูลวิจัย รายชื่อลูกค้า
ข้อมูลบัตรเครดิตลูกค้า หรือข้อมูลสำคัญอื่นๆ
ไปเก็บในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอย่างแฟลชไดร์ฟยูเอสบี โทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องเล่นเอ็มพี
3
อาจจำเป็นต้องปิดการทำงานของพอร์ตยูเอสบีในเครื่องพีซีด้วย
โดยแก้ไขที่ไบออสของเครื่องหรือใช้ยูทิลิตี้อย่าง Drive lock ก็ได้
หรืออาจพิจารณาถึงการล็อกตัวถังเครื่องพีซีด้วยก็เป็นได้
ระบบบริหารแอพลิเคชั่น - จัดการลบซอฟต์แวร์
ยูทิลิตี้ และแอพลิเคชั่นที่ไม่ต้องการทิ้งไป
และห้ามการใช้ซอฟต์แวร์สื่อสารแบบจุดต่อจุด และระบบรับส่งข่าวสารฉับพลัน
เพราะซอฟต์แวร์ดังกล่าวสามารถหลบการทำงานของซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยที่มีอยู่
แล้วทำการดาวน์โหลดและอัพโหลดข้อมูลได้ รวมทั้งห้ามไม่ให้พนักงานเข้าเว็บไซต์บางแห่ง
เนื่องจากพนักงานอาจจะส่งอีเมล์หรือโอนถ่ายข้อมูลสำคัญของบริษัทออกไปได้
การกู้ระบบจากภัยพิบัติ -
ทำการสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ
เพื่อให้สามารถกลับมาทำธุรกิจได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่อานมีความเสียหายบเกิดขึ้นกับบริษัท
ล็อกประตูให้มั่นคง
องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของระบบรักษาความปลอดภัย
คือแผนการรักษาความปลอดภัยที่ให้ความรู้แก่ทุกคนที่อยู่ในบริษัท เกี่ยวกับขั้นตอน
เทคโนโลยี และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับช่องโหว่ต่างๆ
ที่มีอยู่ในระบบโครงสร้างพื้นฐานไอทีขององค์กร
ไม่ว่าองค์กรจะติดตั้งเทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยไว้มากแค่ไหนก็ตาม
ก็จะไม่มีความปลอดภัยจนกว่าจะได้รับการสนับสนุนจากพนักงาน
องค์กรต้องจัดทำคู่มือนโยบายรักษาความปลอดภัย
และแจ้งให้พนักงานทราบถึงความคาดหวังขององค์กร
ที่สำคัญคือต้องเอาจริงเอาจังในการปฏิบัติ
เพื่อให้มั่นใจว่าระบบเครือข่ายขององค์กรจะมีความปลอดภัยอย่างที่ควรจะเป็น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น